อาการจามและน้ำมูกไหล
ฉบับนี้ขอเปิดประเด็นด้วยเรื่องของอาการแสนธรรมดาซึ่งท่านผู้เลี้ยงสัตว์สามารถสังเกตได้ง่ายที่สุด คืออาการจาม ไอ และมีน้ำมูกไหล  เป็นอาการเบื้องต้นของโรคในระบบทางเดินหายใจ   เป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยในสัตว์เลี้ยงแล้วก็เป็นอาการที่ทำให้ผู้เลี้ยงพาหมาแมวมาหาหมอได้บ่อยๆ เหมือนกัน  ฉะนั้น ควรรู้จักอาการที่ว่านี้สักหน่อยนะครับ
การจาม เป็นกลไกอย่างหนึ่งของร่างกายครับ เราจะพบว่าอาการจามคือการที่ร่างกายระเบิดลมออกมาจากภายในช่องอกออกไปสู่ภายนอก โดยการระบายออกทางช่องจมูกและช่องปาก เพราะทั้งสองช่องมีทางที่สามารถพบกันได้  บางทีถ้าแรงมากๆ จามแบบลมออกทางช่องหูยังมีเลยครับ 
ทำไมต้องจาม?  อึ้ม! เป็นการถามที่ดีนะครับ  บางท่านดูเหมือนไม่ค่อยสนใจต้นสายปลายเหตุเท่าไหร่   ต้องการเพียงอย่างเดียวให้หมาหยุดจาม เพราะรำคาญเสียงจามฮัดเช้ยๆ ฮัดเช้ยๆ      ขอตอบว่า การจามนั้นมีสาเหตุมาจากสิ่งระคายเคืองในโพรงจมูก  เช่น มีฝุ่นผงติดอยู่ในนั้น ภายในโพรงจมูกจะมีกลไกที่ป้องกันเชื้อโรคอยู่แล้วครับ  ได้แก่  ขนในโพรงจมูก เซลล์เยื่อบุโพรงจมูกที่มีขนเล็กๆ เอาไว้โบกปัดและต่อมสร้างสารคัดหลั่งที่จะทำงานเมื่อมีการติดของสิ่งแปลกปลอม เพื่อที่น้ำสารคัดหลั่งนั้นสามารถกั้นดักสิ่งแปลกปลอมดังกล่าวได้  สังเกตได้ว่า  หากสัตว์มีอาการระคายเคืองในโพรงจมูกมักมีน้ำมูกใสๆ ไหลออกมา และยิ่งหมาตัวที่ระคายเคืองมากก็จะยิ่งจามมากๆ และมีน้ำมูกมากๆ
มีการจามอย่างไร จึงต้องรีบพามาสัตว์เลี้ยงมาหาหมอ?   อย่างที่บอกล่ะครับว่า การจามเป็นกลไกอย่างหนึ่งซึ่งร่างกายของสัตว์มีไว้เพื่อขับเอาสิ่งระคายเคืองออกไป  เมื่อออกหมดจะหยุดและสารคัดหลั่งจะหยุดหลั่งเช่นกัน    แต่ถ้าเกิดอาการผิดปรกติ อย่างเช่น พบว่าหมาแมวของท่านมีการจามมากๆ  จามไม่หยุดเสียที   อันนี้ผิดปรกติล่ะครับ    จำเป็นต้องพาสัตว์เลี้ยงมาหาหมออย่างแน่นอนแล้ว
โรคที่มักพบได้ในหมาแมวที่มีอาการจามอย่างต่อเนื่อง คือ โรคทางเดินหายใจส่วนต้น  และในแมวจะมีปัญหาอย่างมาก  คือ โรคติดเชื้อไวรัสเฮอร์ปี ไวรัสคาลิซี่ และคลาไมเดียในทางเดินหายใจ  แมวมักมีน้ำมูกน้ำตาไหลย้อยออกมาเลยครับ   ถ้าเจ้าเชื้อพวกนี้เข้ามารวมมิตรผสมพร้อมๆ กันทุกเชื้อ ท่านจะพบเลยครับว่า แมวจะทรมานมากครับ   มีอาการหน้าตาสกปรกเต็มไปด้วยน้ำมูกน้ำตา   มีแผลในปาก   มีเยื่อตาด้านในบวมแดงอักเสบ เนื้อตัวเหี่ยวแห้ง   กินอาหารไม่ได้   
ส่วนหมาตัวที่มักจะพบว่า  มีอาการจามอย่างต่อเนื่อง  โดยมากมักเกิดจากปัญหาที่หมาไปสูดดมฝุ่นละอองเล็กๆ  แล้วเข้าไปติดในโพรงจมูก   เมื่อติดเข้าไปมันก็เกิดการระคายเคือง   และเหตุที่มักเป็นได้มากอีกฃ
ก็เช่นกัน  โรคติดต่อในระบบทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือเนื้องอกในโพรงจมูก มะเร็งในโพรงจมูก  มันมีอะไรที่ซับซ้อนกว่านี้ไปอีกครับ ต้องมาดูกันต่อ
นอกจากอาการจามแล้ว ท่านอาจจะพบว่าสัตว์เลี้ยงมักมีอาการผิดปรกติอื่นๆ ร่วมอีก และอาการที่พบบ่อยๆ คือน้ำมูกไหล   จึงขอกล่าวถึงอาการดังกล่าวร่วมด้วยครับ  น้ำมูกมีหลายๆ ลักษณะครับ  เช่น ไหลออกมาเป็นน้ำใสๆ   ไม่หนืด  หรือออกมาเป็นน้ำหนืดสีขาว  และที่เป็นน้ำมูกเหนียวสีเขียวข้น หรือเป็นหนอง เป็นเลือดก็มี  ซึ่งในแต่ละลักษณะบ่งถึงความผิดปรกติในร่างกายได้ต่างๆ กันไป
น้ำมูกใส-น้ำมูกหนืด   โดยปรกติแล้วในร่างกายของสัตว์อย่างพวกหมาๆ แมวๆ ก็มีเซลล์สร้างสารคัดหลั่งเหมือนในมนุษย์เราล่ะครับ   สารคัดหลั่งมีประโยชน์อย่างใดก็ได้กล่าวไปแล้วในข้างต้น   ระยะแรกที่ร่างกายของสัตว์มีความผิดปรกติเกิดขึ้นนั้น ไม่ว่าจะเกิดจากมีผงฝุ่นเข้าสู่ร่างกาย   มีการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส  หรือมีก้อนเนื้องอกในโพรงจมูก   ร่างกายของสัตว์จะเริ่มต้นจากการที่มีอาการจามก่อน   ในขณะเดียวกัน จะพบว่า มีน้ำมูกใสๆ ไหลก่อนในระยะแรก   หลังจากนั้นไม่นานเมื่อมีอาการรุนแรงขึ้น   น้ำมูกที่ไหลออกมาเริ่มหนืดขึ้นๆ 
เนื่องจากร่างกายของหมาแมวเริ่มมีการขาดน้ำ   ต้องไม่ลืมนะครับว่า  น้ำเป็นส่วนสำคัญของสารคัดหลั่ง เมื่อน้ำในร่างกายสัตว์ลดลงๆ  เนื่องจากว่าหมาตัวที่มีไข้ร่วม มักไม่ได้กินน้ำเท่าเดิม หรือไม่ยอมกินอาหาร  ทำให้มีผลที่ตามมาคือร่างกายขาดน้ำ  ดังนั้น  น้ำมูกจึงหนืดขึ้นๆ ด้วย เมื่อหมาแมวเป็นโรคทางเดินหายใจนานขึ้นๆ  จะเป็นเร็วมากน้อยขนาดไหนก็ขึ้นกับว่าสัตว์ขาดน้ำมากเท่าใดด้วย
น้ำมูกใสกลายเป็นหนอง   การที่สัตว์เลี้ยงเริ่มมีน้ำมูกจากใสๆ กลายเป็นสีขุ่นๆ  จากขุ่นเริ่มเป็นสีเขียวและหนืดเหนียวมากขึ้นๆ   เป็นอาการที่ไม่ดีเลยครับ  แสดงว่าระดับการป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจรุนแรงมา และมักมีอาการแทรกปรากฏด้วย เช่น อาการไอ ขากเสมหะให้เห็นด้วย  หากสัตว์เลี้ยงมีอาการที่ว่านี้ก็ไม่ต้องรีๆ รอๆ  คิดว่าจะป้อนยาให้กินเอง   ผมว่าพาไปหาสัตวแพทย์จะดีกว่า     
น้ำมูกเป็นหนองปนเลือด    นอกจากน้ำมูกไหลออกเป็นน้ำในลักษณะดังกล่าวมาแล้วยังมีโอกาสเป็นน้ำหนอง เป็นเลือดได้ครับ   เช่น เมื่อสัตว์ถูกกระแทกที่ใบหน้าอย่างแรงทำให้เกิดแผลอักเสบในโพรงจมูก   เลือดไหลปนออกมาแน่ๆ ล่ะครับ   หรือถ้าร่างกายสัตว์เกิดมีเนื้องอกมักมีน้ำมูกไหลออกมามากๆ โดยมีลักษณะไหลมาเป็นเลือดมากขึ้นเรื่อยๆ   เพราะธรรมชาติของเนื้องอกจะมีเส้นเลือดมาเลี้ยงเยอะ   หมาตัวที่มีปัญหาเป็นเนื้องอก
หรือมีก้อนฝีในโพรงจมูก นอกจากมีน้ำมูกในลักษณะดังกล่าวไหลออกมาแล้ว บางทีมักมีหนองไหลออกมาได้ เนื่องจากการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย  และหมาแมวตัวที่มีปัญหาโพรงจมูกอุดตันมักมีเสียงหายใจที่ดังผิดปรกติ เช่น ดังแหลมเป็นเสียงหวีดๆ เป็นต้น เนื่องจากก้อนเนื้อที่บวมขึ้นจะทำให้เกิดเสียง เมื่อมีอากาศพัดผ่านในสัตว์ที่ป่วยเป็นโรคเนื้องอกทางเดินหายใจ 
อาการน้ำมูกไหลอาจจะไหลมาทั้งสองข้างรูจมูก หรือไหลจากรูจมูกเดียวก็ได้นะครับ ในโรคทางเดินหายใจมักจะไหลทั้งสองข้างในโรคเนื้องอก มะเร็งในโพรงจมูก ฝี แผลแตกจากการกระแทกอาจจะออกมาข้างเดียวได้ครับ เพราะในโพรงจมูกจะมีผนังกั้นด้านซ้ายขวาอย่างสมบูรณ์  ฉะนั้น ไม่ต้องแปลกใจหรอกครับ   
หลังจากอ่านเสร็จสรรพ หากเจ้าหมาหรือเจ้าเหมียวมีอาการจามอัดเช้ยๆ อย่างต่อเนื่อง  หรือมีน้ำมูกไหล   
แบบลักษณะที่กล่าวมาข้างต้น  ไม่ว่าจะไหลออกมาทั้งสองรู หรือไหลออกเพียงรูเดียว   กรุณาพาสัตว์เลี้ยงไปให้สัตวแพทย์ตรวจจะดีกว่านะครับ เพราะอาการที่แสนธรรมดาอาจจจะบ่งถึงกลายเป็นอาการที่ไม่ธรรมดาภายในร่างกายสัตว์เลี้ยงของเราได้     

จากhttp://www.petgang.com/healthy/index.php?Group=13&Id=111


 

โรคลำไส้อักเสบ

นายสัตวแพทย์ อิทธิเดช   วิเชียรรัตน์          

  สวัสดีครับ ท่านเจ้าของสัตว์ทุกท่าน จดหมายข่าวฉบับนี้ อยากนำเสนอเรื่อง  “โรคติดต่อในสุนัข”   ที่เจอบ่อย

            ความจริงทางโรงพยาบาลสัตว์ เคยนำเสนอเรื่องดังกล่าวมาแล้ว แต่ยังมีลูกค้าใหม่และลูกค้าเก่าบางท่าน

ยังเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่ และมีลูกค้าหลายท่านเข้าใจเป็นอย่างดีแล้ว  ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ต่อไปนี้หวังว่าเจ้าของ

สัตว์เลี้ยงคงได้ความรู้เพิ่มขึ้นโรคติดต่อในสุนัขที่เจอบ่อย ที่ รพ.สัตว์นครศรีธรรมราชอาจรวมถึงที่อื่นๆในประเทศไทยและ

ต่างประเทศ.โรคลำไส้อักเสบติดต่อ จากเชื้อไวรัส(canine viral  enteritis  หรือ cve )เป็นโรคติดต่อที่ทำให้สุนัขเสียชีวิตมาก

ที่สุด ทั้งในประเทศและต่างประเทศโดยเฉพาะสัตว์ที่ไม่ได้รับวัคซีน แล้วมีการติดเชื้อเป็น        

สาเหตุ 

เกิดจากกา (ไม่รุนแรง) โรทาไวรัสหรืออาจติดเชื้อร่วมกัน ซึ่งจะทำให้อาการของโรครุนแรงยิ่งขึ้น

(ติดเชื้อพาโวไวรัสร่วมกับโคโรน่าไวรัส)          

การติดต่อ  

เกิดจากการ กินหรือเลียสิ่งคัดหลั่ง และสิ่งขับถ่ายจากสุนัข ตัวที่เป็นโรค ได้แก่ อุจจาระ (มากที่สุด), ปัสสาวะ , น้ำลาย            

อาการ

สุนัขจะไม่แสดงทันทีหลังติดเชื้อ  ใช้เวลาฟักตัวนาน 3–7 วัน  ซึ่งเป็นช่วงที่เชื้อเพิ่มปริมาณ ในร่างกายสัตว์ 

เมื่อสัตว์แสดงอาการ อาการวันแรกที่แสดงออกคือซึม ไม่กินอาหารอาเจียน เป็นอยู่ประมาณ2วันวันที่3จะเริ่มถ่ายออก

มาเป็นเลือดไข้สูง (หรือไข้ขึ้น ตั้งแต่วันแรกแล้ว)อาการ ซึม ไม่กินอาหาร อาเจียน  ยังมีอยูู่่ ตำแหน่งที่เชื้อไปอยู่ที่

ร่างกายสัตว์ที่สำคัญ คือที่ เยื่อบุส่วนที่ทำหน้าที่ดูดซึมอาหาร หรือ ที่เรียรติดเชื้อไวรัสพาโวไวรัส (รุนแรง) โคโลน่าไวรัสกว่า

“วิลไล” (villi)ได้แก่เชื้อโคโรน่าไวรัส และโรทาไวรัส ส่วนเชื้อพาโวไวรัสจะอาสัยอยู่ที่ฐานของวิลไล หรือที่เรียกว่า

คริปท์ (crypt ofliverkhun)เฉพาะบางครั้งเวลาสุนัขเป็นโรคนี้จะถ่ายออกมาเป็นมูกหรือเป็นมูกแบบมีเลือดปนเล็กน้อยอาการ

จะเป็นไม่รุนแรงยังร่าเริงแสดงว่าสุนัขติดเชื้อโรทาหรือโคโรนาไวรัส(หรือเชื้อชนิดไม่รุนแรงอื่นๆ เช่นเชื้อแบคทีเรียบางชนิด

หรือโปรโตซัว ) ส่วนกรณีย์ติดเชื้อพาโวไรรัส  ร่วมด้วยจะพบว่ามีอาการสุนัขถ่ายเป็นเลือดสดๆ  และจะเป็นการติดเชื้ออย่าง

รุนแรง สัตว์ที่ไม่เคยทำวัคซีนมาก่อน มักจะเสียชีวิต โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่มีความไวต่อโรคนี้   ได้แก่  ดัลเมเชียล

  ร๊อตไวเลอร์ พุดเดิ้ล  ลาบราดอร์  อัลเซเชียน เป็นต้น ส่วนสุนัขไทย มีความต้านทานต่อโรคนี้สูงกว่า           

  การักษา

ไม่มียารักษา สำหรับฆ่าเชื้อไวรัสทั้ง 3 ชนิด ที่กล่าวมาได้เลย  ไม่ว่าที่ไหนก็ต้องรักษาตามอาการเหมือนกัน

 ได้แก่ให้สารน้ำคือน้ำเกลือ ยาบำรุง ยาแก้อาเจียน ยาเคลือยบลำไส้ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน  สัตว์ตัวที่

ี่แข็งแรงมักตอบสนองต่อการรักษาดี  ตัวที่หายมักใช้เวลาเฉลี่ย  7 วัน ส่วนตัวที่ไวต่อโรคมักเสียชีวิตภายใน 3 วัน หลังจาก

ถ่ายเป็นเลือด  การรักษาที่ดีที่สุดคือ การให้น้ำเกลือเข้าทางเส้นเลือดดำ ร่วมด้วยการให้ยาฉีด ซึ่งบางชนิดอาจฉีดวันละ

3- 4 ครั้งเช่นยาแก้อาเจียน ยาเคลือบลำเพราะฉะนั้น สุนัขที่ได้รับการรักษาด้วยวิธีนี้จะมีโอกาสหายสูงกว่า สุนัขที่ได้รับ

น้ำเกลือทางเข้าผิวหนัง   หรือไม่ได้รับน้ำเกลือเลย โรคนี้มักเป็นในสุนัข 2 เดือน- 1 ปี โดยเฉพาะสุนัขที่ไม่ได้ทำวัคซีน

ลำไส้อักเสบติดต่อมาเลย  เนื่องจากสุนัขอายุน้อยไวต่อโรคมากกว่าสุนัข โต หรืออายุมาก  แต่สุนัขโตก็มีโอกาสเป็นได้ 

ส่วนสุนัขที่อายุน้อยกว่า 1 เดือน มีภูมิจากน้ำนมแม่อยู่จะทำให้ไม่เกิดโรคและโอกาสได้รับเชื้อน้อยกว่าเนื่องจากอยู่กับแม่           

การป้องกัน 

โดยการทำวัคซีนป้องกันโรคลำไส้อักเสบติดต่อ จากเชื้อพาโวไวรัส  วัคซีนบางยี่ห้อ มีป้องกันโคโรน่าไวรัส

ด้วย  แต่อย่างน้อยต้องป้องกันเชื้อพาโวไวรัสได้  เนื่องจากเชื้อโคโรน่าไวรัสเป็นแล้วรักษาหาย  แต่ถ้าติดเชื้อพาโวไวรัส

เปอร์เซนต์การตายสูงมาก โดยเฉพาะสัตว์สายพันธุ์ที่ไวต่อโรค และสัตว์ที่อ่อนแอ หรือสัตว์ที่เป็นพยาธิร่วมด้วย เช่น

พยาธิปากขอ หรือพยาธิไส้เดือน  การฉีดวัคซีนป้องกันโรคนี้ เริ่มฉีดตั้งแต่สุนัขอายุได้ 45 วัน แต่ถ้าสุนัขอายุ 2 เดือนขึ้น

ไปแล้วมักฉีดใน รูปของวัคซีนรวม ที่ประกอบด้วย โรคลำไส้อักเสบ ไข้หัดสุนัข ตับอักเสบและโรคเลปโตสไปโรซีส

(ฉี่หนู) อยู่ในเข็มเดียวกัน อยู่ในเข็มเดียวกัน  แต่การฉีดนั้นต้องฉีด 2 ครั้ง ห่างกัน 1เดือน เพื่อกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันสูง

เพียวงำอที่จะป้องกันโรคและหลังจากนั้นฉีดปีละครั้งนอกจากการทำวัคซีนแล้วการฆ่าเชื้อบริเวณคอก หรือกรงสัตว์เลี้ยง

ช่วยควบคุมการแพร่โรคได้ แต่ต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่มีส่วนผสมของสาร“โซเดียม ไฮโปคลอไรท์”

ซึ่งสารดังกล่าวมีอยู่ในน้ำยาซักผ้าขาว“ไฮเตอร์” นั้นเอง อาจเทใส่ ฟอกกี้แล้วฉีดพ่นกรง  แล้วนำกรงไปตากแดด

หรือใช้ราดบริเวณคอกได้ ส่วนยาฆ่าเชื้ออื่นๆเช่น “เดทตอล “   หรือ ”แอลกอฮอล์”ไม่สามารถฆ่าเชื้อพาโวไวรัส

ได้สุนัขตัวที่เป็นโรคเมื่อถ่ายอุจจาระออกมาแล้ว  เชื้ออยู่ได้นาน 5- 6 เดือน ในสิ่งแวดล้อมโดย

ที่เชื้อไม่ตาย เพราะนั้นไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมโรคนี้ถึงพบได้บ่อย พบได้ตลอดปี แต่ช่วงฤดูฝนพบบ่อยที่สุด 

เนื่องจากเชื้อกระจายได้ง่าย สาเหตุที่ทำให้โรคนี้ติดต่อและระบาดได้ ทั่วไปคือ “สุนัขจนจัด” และ “สัตว์อายุมาก” 

ที่เป็นแหล่งอมโรค คือมีเชื้อในร่างกาย แต่ไม่แสดงอาการของโรค เนื่องจากทนต่อโรคมากกว่าลูกสุนัข

ราบข้อมูลมากที่สุด จะได้หาทางป้องกันโรคนี้ได้   หวังว่าคงได้รับความรู้ไปพอสมควร คราวหน้าจะเขียนถึง โรค

ไข้หัดสุนัขโรคตับอักเสบ โรคฉี่หนู โรคพิษสุนัขบ้า     และโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ  ไปทีละโรคจนครบ

 

ขอบคุณบทความจาก http://www.dogslover.com

 

กลยุทธ์กำจัดเห็บ

.................อ่านเห็บหมัด เป็นปัญหาสาหัส ความเข้าใจก่อนครับว่า สถานการณ์การมีเห็บหมัดในบ้านเรามันมีตลอดเวลา

ทุกฤดูและเรายังมีสุนัขแมวจรจัดที่ออกเดินลาดตระเวนกันทุกเมื่อเชื่อวันเพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ท่านจะพบว่าทำ

ไมอยู่ดีๆสุนัขที่แสนสะอาดของท่านจึงมีเห็บได้ทันทีที่โอกาสจะออกไปนอกบ้านก็ไม่มีบางตัวเพียงแต่นอนใกล้รั้วหน้าบ้าน

ก็ติดเห็บหมัดได้เพราะตามที่เราทราบกันแล้วว่าเห็บหมัดมันจะมีทิ้งตัวลงพื้นอย่างเห็บก็เพื่อลอกคราบหรือวาง

ไข่ส่วนหมัดก็มีความสามารถในการกระโดดออกจากตัวสัตว์ตัวหนึ่งไปอีกตัวหนึ่งและยังมีตัวดักแด้ที่อาศัยอยู่่ที่พื้นดินพร้อม

ที่จะเป็นหมัดตัวเต็มวัยกลับขึ้นมาบนหมาแมวเราอีกทีก่อนอื่นตามหลักพิชัยสงครามเราก็มาเรียนรู้หลักการทำการรบ

ก่อนครับหัวใจสำคัญของการทำศึก(ฮ่า ฮ่าใช้ศัพท์เหมือนหนังจีน) เราต้องรู้จักการประเมินสภาพของเราเอง การประเมิน

สภาพศัตรูและเราต้องรู้จักอาวุธที่ใช้ทำลายเห็บหมัดซึ่งมันมีมากมายเหลือเกิน เรามาทำความเข้าใจกันที่ละข้อดีกว่า

การประเมินสภาพการเลี้ยงดูหมาแมวข้อนี้เป็นหัวใจหลักข้อหนึ่งครับที่เรา ๆ อาจจะไม่ได้ใส่ใจกันเพราะปัจจัยเรื่องของการ

เลี้ยงดูจะส่งผลต่อการทำลายกำจัดเห็บหมัดด้วยสภาพการเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงเป็นอย่างไรที่ส่งผลถึงการกำจัดเห็บหมัด ?

การเลี้ยงดูแบบปล่อยอิสระหรือการเลี้ยงแบบในบ้านสองอย่างนี้ส่งผลต่างกันมากในแง่ของการกำจัดเห็บหมัด

ยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ ว่า มีหมา 2 ตัวแต่ละตัวมีเห็บอยู่ 100 ตัวเมื่อเราทำการกำจัดเห็บหมัดบนหมาแล้วหมาตัวหนึ่ง

ไม่ได้ออกไปไหนโอกาสที่จะนำเห็บมาใหม่มันก็เป็นไปได้ยากมากแต่ในขณะที่อีกตัวออกไปข้างนอกบ้านได้ตลอด

เจ้าตัวนี้ล่ะครับที่จะทำให้การปราบการกำจัดเห็บไม่สิ้นสุดเพราะเมื่อเรากำจัดเจ้าเห็บตัวที่ 100 ตาย หมาเจ้ากรรมที่

ชอบออกไปนอกบ้านก็ไปถูกเห็บตัวที่ 101, 102, 103, …… เกาะขึ้นมาบนตัวหมาอีกการเลี้ยงดูแบบปล่อยอิสระจึงยากที่

จะทำให้เห็บหมัดหมดไปได้อย่างถาวรเพราะมันจะออกไปรับเห็บหมัดตัวใหม่เข้ามาเสมอ ในขณะที่หมาที่เราเลี้ยงดูแล

ให้อยู่ในบ้านไม่ได้ออกไปเที่ยวไหน ๆในเละเทะโอกาสที่จะได้รับเห็บหมัดจะน้อยกว่ามาก จำนวนและชนิดสัตว์เลี้ยงในบ้าน

ก็ส่งผลในการกำจัดเห็บหมัดด้วยบ้านที่มีหมาเพียงหนึ่งตัวย่อมกำจัดเห็บหมัดง่ายและมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าบ้าน

ที่มีหมาหลายตัวและบ้านที่มีเพียงหมาหรือมีเพียงแมวย่อมมีความสะดวกในการเลือกใช้สารกำจัดเห็บหมัด

มากว่าบ้านที่มีทั้งหมาและแมวเหตุผลนี้สามารถอธิบายได้ว่าการกำจัดเห็บหมัดให้ได้ผลชะงักดีเราต้องทำ

ให้กับสัตว์ทุกตัวภายในบ้านและทำพร้อมๆกันเพราะถ้าเราเลือกที่รักมักที่ชังแก่หมาตัวใดตัวหนึ่งย่อมส่งผลเสีย

ถึงหมาตัวอื่น ๆ ด้วย มีเจ้าของหมาหลายท่านที่เลี้ยงหมาหลายระดับในบ้านเดียวกัน เช่นมีหมา 4 ตัว สองตัว

ให้อยู่ในบ้านเข้าออกได้ทั้งห้องนอกห้องส่วนตัวอีกสองตัวให้นอนที่โรงรถหรือกรงหลังบ้านเวลาที่มีเห็บหมัด

ก็เอาแต่ดูแลสองตัวที่อยู่ใกล้ชิดส่วนอีกสองตัวเป็นหมาหัวเน่าต้องนอนถูกเห็บหมัดกัดตลอดเวลาการที่ท่านละเลย

ไมกำจัดเห็บหมัดให้กับหมาอีกสองตัวในบ้านไม่ได้ส่งผลดีเลยครับเพราะเมื่อเห็บหมัดบนหมาในบ้านหมด

ไปแต่บนหมาในโรงรถหรือที่หลังบ้านไม่ได้รับการเหลียวแล เมื่อหมาที่ไม่ได้รับการกำจัดเห็บหมัดเดินไป

ที่ไหนย่อมจะมีปัญหาคือ การร่วงหลุดของเห็บการกระโดดออกของหมัดทำให้มันมีโอกาสไปเกาะหมาที่อยู่ในบ้าน

ได้อีกเมื่อหมาที่ท่านเจ้าของรักมากไม่มียาหรือสารฆ่าเห็บหมัดอยู่บ้านตัวอีกเพราะมันได้เสื่อมฤทธิ์ลงไปหมดแล้ว

เเห็บหมัดก็จะได้รับชัยชนะเข้ายึดพื้นที่ในบ้านได้คราวนี้ล่ะครับยุ่งอีรุงตุงนังอีกรอบแล้วท่านก็จะบอกว่าทำไมเห็บหมัด

มันถึงไม่หมดเสียบางท่านเลยเถิดไปประเด็นว่ายาที่ใช้สารที่ใช้ไม่ได้ผลในการทำลายเห็บหมัดยิ่งยุ่งกันใหญ่ ทั้ง ๆ

ที่ท่านทำการกำจัดไม่ทั่วถึงด้วยตัวท่านเองอยู่แล้ว หลักการในการกำจัดเห็บหมัดในเบื้องต้นข้อนี้คือต้องทำให้กับสัตว์

ทุกตัวพร้อมๆกัน เรื่องของจำนวนหมายังส่งผลทำให้เรายากและเหนื่อยมากขึ้นจากการกำจัดเห็บหมัดอีกเพราะถ้าเราเลือก

วิธีการกำจัดเห็บโดยการอาบด้วยแชมพูที่มีฤทธิ์ฆ่าเห็บหมัดหมาเพียงหนึ่งตัวมันก็ต้องเหนื่อยน้อยกว่าการอาบทีละ 5 ตัว

เห็นมั้ยครับว่ามันมีภาระมากถ้าเรายิ่งเลี้ยงมากและนี่ล่ะครับเป็นคำตอบว่าทำไมเราถึงเอาชนะเห็บหมัดยากเหลือเกิน

เรื่องของการเลี้ยงสัตว์หลาย ๆ ชนิดในบ้านเดียวกันเป็นข้อหนึ่งที่ทำให้เราต้องเลือกใช้สารฆ่าเห็บหมัดเพราะ

สารบางตัวไม่สามารถใช้กับแมวใช้ได้กับหมาเท่านั้นทำให้เราต้องซื้ออุปกรณ์เหล่านั้นหลาย ๆ อย่างและสิ้นเปลืองเงินมาก

ขึ้นก็เป็นไปได้นอกจากนี้ต้องมาระวังว่าสารชนิดนี้ห้ามใช้กับแมวใช้ได้แค่หมา สารชนิดนี้เอาไว้ใช้กับแมวมันก็ยุ่งครับ

เรื่องของบริเวณบ้านสภาพของบ้านก็สำคัญบ้านที่มีบริเวณกว้างมีสนานหญ้าย่อมมีความยากลำบากที่จะกำจัด

เห็บหมัดมากกว่าบ้านที่มีบริเวณแคบกว่าเพราะยิ่งมีพื้นที่มากโอกาสที่เห็บหมัดมันจะกระจาย

ตัวออกไปและแฝงตัวตามที่ต่าง ๆ ย่อมไปได้กว้างและไกลกว่าบ้านที่เล็กกว่าสรุปสภาพการเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงที่จะส่งผล

ในการกำจัดเห็บหมัดโดยไล่จากสภาพการเลี้ยงที่ทำให้กำจัดเห็บหมัดง่ายไปหายากมีดังนี้ครับ

1. วิธีการเลี้ยงที่เลี้ยงเพียงหมาหรือแมว 1 ตัวเป็นการเลี้ยงแบบปิดไม่ปล่อยให้สัตว์ออกไปไหนเองบ้านมีสนามหญ้า

หรือ ไม่มีสนามหญ้า

2.วิธีการเลี้ยงที่เลี้ยงเพียงหมาหรือแมวอาจจะมากกว่า 1 ตัวแต่เลี้ยงในแบบปิดไม่ปล่อยให้สัตว์ออกไปไหนบ้านมีสนามหญ้า

หรือไม่มีสนานหญ้า

3.วิธีการเลี้ยงที่เลี้ยงเพียงหมาหรือแมวอาจจะมากกว่า1ตวัแต่เลี้ยงในแบบปิดไม่ปล่อยให้สัตว์ออกไปไหนและบ้านมีสนามหญ้า

4. วิธีการเลี้ยงแบบที่มีทั้งหมาและแมวในบ้านเดียวกัน แต่ไม่ปล่อยออกไปนอกบ้าน

5.วิธีการเลี้ยงที่มีทั้งหมาและแมวการเลี้ยงแบบปล่อยออกไปไหนๆก็ได้เสรี สภาพการมีเห็บหมัดภายในบ้านเรื่องของ

สภาพการมีเห็บหมัดมันก็มีความเกี่ยวพันกับความยากง่ายในการกำจัดเช่นกันครับ เริ่มจากสถานการณ์ที่มีเพียงเห็บหรือ

หมัดอย่างใดอย่างหนึ่งในบ้านเท่านั้นจะเป็นการง่ายกว่าบ้านที่มีทั้งเห็บและหมัดเพราะธรรมชาติของแมลง

ทั้งสองมันไม่เหมือนกันซะทีเดียวและเรื่องระยะเวลาในวงจรการเจริญเติบโตต่างกันมันยากกว่าการที่มีเห็บระบาดหรือ

มีหมัดระบาดเพียงอย่างเดียวในบ้านเรา เพราะการเลือกใช้อุปกรณ์ในการกำจัดเห็บหมัดมันก็ต้องเลือกใช้ตัวที่ออก

ฤทธิ์ฆ่าได้ดีทั้งเห็บและหมัดถ้าเราเลือกไม่เป็นบางทีจะสับสนไม่รู้จะใช้อะไรเนื่องจากอุปกรณ์บางตัวมีฤทธิ์ที่ทำลาย

เพียงหมัดไม่ได้ฆ่าเห็บ บางชนิดฆ่าได้ดีสำหรับหมัดแต่ฆ่าเห็บได้น้อยมากสถานการณ์อย่างหนึ่งที่มัก

จะเกิดคือปริมาณและช่วงวัยของแมลงเห็บหมัดที่ปรากฏบนหมา ถ้าหมาของเราเริ่มจากการมีเพียงเห็บอ่อน

ที่เราจะเห็นเป็นเพียงจุดดำ ๆ เล็ก ๆ เมื่อเราบี้ก็จะแตกเป็นจุดเลือดในตอนนั้นถ้าเราใส่ใจและรีบทำการกำจัด

เห็บเราจะมีโอกาสที่ชนะเห็บได้ง่ายมากแต่ถ้าเราไม่ทและชะล่าใจเมื่อเห็บโตขึ้นและผสมพันธุ์กันมันจะดูดเลือดหมา

เราอย่างรุนแรงและทิ้งตัวไปออกไข่ทำให้เรายากที่กำจัดไข่เห็บและเห็บที่ออกไปจากตัวหมามากขึ้นด้วยเช่นกันการทำ

ความรู้จักและเลือกใช้อุปกรณ์ในการฆ่าเห็บหมัดเชื่อไหมครับว่าเครื่องมือหรืออุปกรณ์สารเคมีหรือ ยาที่ถูกนำมาใช้ใน

การฆ่าเห็บหมัดทำลายเจ้าสัตว์ชนิดนี้มีการพัฒนามาเป็นร้อยปีแล้วครับท่านสงสัยกันบ้างไหมว่าสิ่งต่าง ๆที่ผลิตขึ้น

มีหลักการในการทำอย่างไร ?เราลองมาทำความเข้าใจพร้อม ๆ กันดีกว่าครับหลักการในการผลิตยาหรือสารเคมีที่ใช้ฆ่า

เห็บหมัดมีดังนี้

1. เป็นสารที่ออกฤทธิ์ในการฆ่าทำลายเห็บหมัดได้ไวและฆ่าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง

2. เป็นสารที่มีความคงตัวการออกฤทธิ์นาน เสื่อมฤทธิ์ช้าคงประสิทธิภาพในการทำลายได้นาน

3.เป็นสารที่มีความปลอดภัยต่อตัวสัตว์ ตัวมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

สามข้อนี้เป็นหลักการสำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนาของข้าวของเครื่องใช้ในหมวดของอุปกรณ์ฆ่าเห็บหมัดเรื่องของราคา

เรื่องของกรรมวิธีการใช้เป็นพัฒนาที่ซับซ้อนทางการตลาดที่มผลในการตัดสินใจของผู้บริโภคมากเช่นกัน

เพราะฉะนั้นถ้าเราเลือกสินค้าในท้องตลาดที่มีมากมายผมขอแนะนำให้ยึดถือหลักการดังกล่าวในข้างต้นให้มั่นแล้วกรุณา

กดเครื่องคิดเลขเพื่อคำนวณค่าใช้จ่ายตรวจดูความคุ้มค่าในการเลือกใช้สิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวท่านเองอีกทีครับ


โรคแท้งติดต่อ ในสุนัข


เนื่องจากในช่วงนี้มีข่าวเกี่ยวกับเรื่องโรคแท้งต่อเ นื่องในแพะ ค่อนข้างมาก
คุณหมอเลยอยากนำข้อมูลเกี่ยวกับโรคแท้งติดต่อในสุนัข มานำเสนอ
โรคแท้งติดต่อหรือแท้งต่อเนื่องในแพะและสุนัขเกิดจาก แบคทีเรียช นิดหนึ่ง
แต่เป็นคนละตัวกัน ในสุนัขเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า บรูเซลล่าเคนีส
ตรวจพบในประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อราวปี พศ 2540-2541 ในปัจจุบันมี
แนวโน้มที่จะพบโรคนี้ในสุนัขเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
โรคแท้งติดต่อในสุนัขสามารถติดมายังคนได้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนเลี้ยงที่
ใกล้ชิดกับสุนัข โรคนี้ยังไม่มียารักษาโรคให้หายขาด และที่สำคัญไม่มีวัคซีน
ในการป้องกันโรคด้วย คนที่ติดโรคนี้ยังโชคดีที่มียารักษาได้ แต่ทางที่ดีควร
พยายามช่วยกันป้องกันไม่ให้สุนัขที่เราเลี้ยงติดโรคน ี้จะดีกว่า โดยเฉพาะถ้า
เราเลี้ยงสุนัขพ่อแม่พันธุ์และมีการผสมระหว่างสุนัขข องเรากับสุ นัขจากที่อื่น


อาการ


อาการที่พบได้บ่อยคือ สุนัขจะมีปัญหาการผสมไม่ติด ซึ่งเกิดได้ทั้งในสุุนัข

เพศเมียและเพศผู้ สุนัขเพศเมียที่เป็นโรคนี้ถ้าผสมติดหรือติดเชื้อในระ หว่าง

ที่ตั้งท้องประมาณ 45 วันขึ้นไปจนถึงช่วงใกล้คลอด ถ้าสุนัขแท้งในช่วงใกล้

คลอดอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าสุนัขคลอดลูกก่อนกำ หนดก็ได้ อย่างไร

ก็ตามโรคนี้ไม่มีผลต่อการเป็นสัดโดยสุนัขยังคงมีการเ ป็นสัดได้ต ามปกติค่ะ

สุนัขเพศผู้ที่เป็นโรคนี้จะเกิดการอักเสบบริเวณอัณฑะ ถุงหุ้มอัณฑะบวม ถ้า

เป็นอย่างเรื้อรังก็อาจทำให้เกิดอัณฑะฝ่อได้ โรคนี้จะทำให้คุณภาพน้ำเชื้อ

อสุจิมีคุณภาพที่ไม่ดี ที่สำคัญสุนัขที่เป็นโรคนี้ทั้งเพศผู้และเพศเมียจะไม ่

แสดงอาการผิดปกติอะไรออกมาเลย สุนัขยังคงกินอาหารได้ตามปกติ ไม่มี

ไข้ไม่ซึม ยังวิ่งเล่นและซุกซนเหมือนเดิม


การติดต่อของโรค

โรคแท้งติดต่อในสุนัขติดต่อได้หลายทาง ในที่นี้คุณหมอจะกล่าวถึงการ

ติดต่่่อที่สำคัญๆ ซึ่งมีดังนี้ค่ะ


โดยการเลียและการกิน เป็นการติดต่อที่สำคัญมากเนื่องจากถ้ามีสุนัขเพียง

ตัวเดียวในบ้านที่ป่วย ก็จะมีโอกาสถ่ายทอดไปยังสุนัขตัวอื่นๆในบ้านได้ โดย

การเลียกินน้ำคร่ำ รก หรือลูกที่แท้งออกมา การเลียสิ่งคัดหลั่งที่เป็นเลือดใน

ช่วงที่สุนัขเป็นสัดหรือเป็นฮีท เลียน้ำปัสสาวะของสุนัขตัวที่เป็นโรค เป็นต้น

โดยการผสมพันธุ์ น้ำอสุจิในสุนัขเพศผู้หรือสิ่งคัดหลั่งในสุนัขเพศเมี ยที่เป็น

โรคจะมีเชื้อนี้อย่ เมื่อสุนัขผสมกันตามธรรมชาติ จะมีโอกาสติดโรคนี้ได้ การ

ติดต่อโดยวิธีนี้จะเป็นวิธีที่ทำให้สุนัขนำโรคจากนอก บ้านเข้ามา ในบ้านค่ะ


การวินิจฉัยโรค


การวินิจฉัยโรคคงต้องซักประวัติเกี่ยวกับความเสี่ยงข องการติดโร คนี้มา เช่น

มีการผสมกับสุนัขอื่นที่ไม่ได้มีการตรวจโรคนี้มาก่อน หรือไม่ มีการนำสุนัขตัว

ใหม่เข้ามาเลี้ยงหรือไม่ มีสุนัขในบ้านแสดงอาการดังที่คุณหมอได้เรียนให้

ทราบข้างต้นแล้วหรือไม่ จากนั้นคุณหมอคงต้องตรวจเลือดโดยเก็บตัวอย่าง

ซีรัม(น้ำเลือด)แล้วส่งให้ห้องปฏิบัติการตรวจใช้เวลา ประมาณ 2-3 วันก็ทราบ

ผล หรืออาจใช้ชุตตรวจสอบสำเร็จรูปก็ได้ซึ่งใช้เวลาในการ ตรวจไม่ถึง ครึ่ง

ชั่วโมงแต่ค่าใช้จ่ายก็จะแพงขึ้นค่ะ ในสุนัขบางตัวคุณหมออาจเก็บเลือดเพิ่ม

เพื่อตรวจโรคโดยวิธีการเพาะแยกเชื้อแบคทีเรียซึ่งใช้ เวลาประมาณ 3 สัปดาห์

จึงจะทราบผล แต่วิธีนี้จะมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้นในการตรวจค่ะ



การควบคุมและป้องกันโรค



สุนัขที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ ไม่มียารักษาให้หายขาดหรอกนะคะ วิธี

ที่พอจะควบคุมได้คือการทำหมันให้สุนัขทันทีเพื่อลดกา รแพร่เชื้อ ออกไป แต่

ก็เป็นเพียงแค่การลดปริมาณเชื้อในร่างกายให้น้อยลงโด ยที่เชื้อย ังไม่หมดไป

จากร่างกายสุนัข นอกจากนั้นเรายังต้องแยกเลี้ยงสุนัขตัวนี้ออกจากตัวอ ื่นด้วย

วิธีการควบคุมโรคนี้ที่ดีที่สุดคือการฉีดยาให้หลับไป เลย แต่ก็เป็นวิธีที่เจ้า

ของมักทำใจยอมรับได้ยากอันนี้ก็ขึ้นกับการตัดสินใจขอ งเจ้าของสุ นัขค่ะ

การป้องกันโรคที่ดีที่สุดคือ เราควรช่วยกันป้องกันไม่ให้สุนัขของเราติดโรคนี้

โดยก่อนที่จะนำสุนัขไปผสม ควรตรวจทั้งตัวผู้และตัวเมียก่อนเสมอ เมื่อซื้อ

สุนัขใหม่ที่ไม่ทราบประวัติเข้ามาในบ้านก็ควรเลี้ยงแ ยกและควรตร วจก่อนที่

จะนำไปเลี้ยงรวมกับตัวอื่นๆ สำหรับการป้องกันโรคในคน คือ อย่าเล่นกับ

สุนัขอื่นที่เราไม่ทราบประวัติเมื่อมีการจับต้องสุนั ขควรล้างมื อทุกครั้งก่อนจะ

ทานอาหารหรือขนม เพียงเท่านี้คุณและสุนัขของคุณก็จะปลอดโรคแท้ง

ติดต่อแล้วค่ะ


ขอขอบคุณโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อที่กรุณาเอื้อเฟื้อบทค วาม
ผศ สพ ญ ดร เกษกนก ศิรินฤมิตร

 

 

. บริษัท เบสต์เพ็ทฟูดส์ จำกัด จัดจำหน่ายทั่วประเทศ..

" อาคารกมลสุโกศล ชั้น 13 เลขที่ 317 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

โทร.(ุ66)2-631-1303-5 Fax.(66)2-234-8058